[Talk] เบื้องหลังคอนเสิร์ตคาราบาว 3 ช่าสามัคคี

ตอน : ลูกทุ่งแฟนตาเซีย

 

 

หลังจากตกงานมา ก็ไม่ได้อยากกลับไปทำงานประจำ พยายามหาฟรีแลนซ์ไรไปเรื่อยเปื่อย (เท่าที่จะหาได้) นอกจากงานเรียบเรียงนิยาย (เกย์) แล้ว อีกหนึ่งงานที่เพิ่งได้ทำคือ "การเป็นสตาฟงานคอนเสิร์ต" ด้วยความที่พอจะมีเพื่อนทำงานด้านนี้อยู่บ้าง พอตกงานก็เลยฝากให้เพื่อนช่วยหาจ๊อบให้บ้าง

 

และประเดิมงานแรกด้วยการ "ทำคาราโอเกะ" ให้นักร้อง หลายคนอาจงง 555+ มันคือ "การคอยเคาะเนื้อร้องให้นักร้องเขาดูผ่านจอ LCD" ที่ด้านหน้าเวทีน่ะ ก็จะมีหลายคนถามกลับมาอีกว่า (บอกใครมันถามทุกคน 555+) "แล้วนักร้องมันจำเพลงไม่ได้รึไงฟระ ?"  

 

ด้วยความเป็นมืออาชีพก็น่าจะจำเนื้อเพลงได้อยู่แล้ว แต่อย่าลืมว่านักร้องที่ออกอัลบั้มมาเยอะอย่าง "คาราบาว" เพลงเขามีเป็นร้อย ๆ ไม่แปลกที่จะมีบ้างที่หลงลืมเนื้อเพลง (ใน Live สด ๆ ของศิลปินต่างประเทศ บางครั้งเรายังเคยเห็นมันด้นเนื้อใหม่เลย โดยเฉพาะนังไฮด์)

 

งานนี้ได้ค่าตอบแทนสูงพอสมควร ก็เลยตกปากรับคำ ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน นี่เป็น "ครั้งแรก" จริง ๆ มีเวลาในการจัดเตรียมและซ้อม "เคาะ" คาราโอเกะ ประมาณเดือนนึงได้ (แต่มาเริ่มทำจริง ๆ เอาอาทิตย์สุดท้ายนี่เอง ) ขั้นตอนก็จะมีตั้งแต่

 

1. จัดวางเนื้อร้องลง Powerpoint

2. ซ้อมจับจังหวะ เคาะเนื้อ

 

ดูเหมือนง่ายเนาะ 2 ขั้นตอนเอง ไม่น่าจะมีอะไรยาก แต่ว่า..... บังเอิญเราเป็นคนหูเพี้ยนพอสมควร (เรื่องจับสำเนียงเสียงพูดอ่ะเก่ง) แต่เรื่องฟังจังหวะดนตรีนี่ "ห่วยมากๆๆๆ" ขนาดไปร้องคาราโอเกะตามร้าน มีเนื้อร้องและการจับจังหวะให้เสร็จ "เรายังร้องเพี้ยน คร่อมคีย์" ตลอด

 

ไอ้ตอนซ้อม ๆ อยู่ที่บ้านก็ไม่มีอะไรเท่าไหร่หรอก ดูไปก็ไม่น่าจะยาก มีแค่เราจับได้ว่าเนื้อเพลงที่เขาให้มามี "ผิด" แต่เพือนบอกว่าไม่ต้องแก้ให้เขา รอวันงานก่อน

 

 

งานจริง ๆ มีวันที่ 31 แต่ต้องมีการเข้าไปซ้อมก่อนคือวันที่ 30 ซึ่งสตาฟก็ต้องเข้ามาซ้อมคิวกับเขาไปด้วย และทีมก็นัดแต่เช้าตรู่ประมาณ 8 โมงเช้า ซึ่งร่างกายเราค่อนข้างเพี้ยนไปแล้ว เพรานอนไม่เหมือนชาวบ้านคือ "นอนเช้า ตื่นบ่าย" (ทำมาตั้งแต่ตกงาน) วันที่ 30 เราเลยไปที่งานซ้อมโดยไม่ได้นอน

 

ซึ่งตอนซ้อมเราก็ "โคตรเครียด" อยู่แล้ว กลัวว่าจะทำได้ไม่ดี จะโดนด่า เพราะนักร้องเขาต้องดูเนื้อ เราก็กลัวว่าถ้าเราทำเนื้อผิด เขาก็จะร้องผิดไปด้วย แต่จะโชคดีนิดนึง คือการเคาะเนื้อเพลงให้นักร้อง จะต้องเคาะก่อนเริ่มเพลง เพื่อให้เขารู้ว่าจะเริ่มยังไง และในระหว่างประโยค พอเขาร้องมาประมาณ 2 คำสุดท้ายของแต่ละประโยค ก็ให้เคาะใหม่ได้เลย คือพูดง่าย ๆ เคาะล่วงหน้าได้นิดนึง ไม่ต้องตรงเป๊ะๆๆ

 

แถมตอนซ้อม เขาก็ให้เรานั่งหลังเวทีซึ่งมีฉากมากั้น "เวงล่ะสิ มองนักร้องก็ไม่เห็น" แล้วจะจับจังหวะเคาะยังไง ตอนซ้อมก็ทำได้มั่งไม่ได้มั่ง แต่ทีม Stage ที่ดูแลเวที ก็บอกว่า "ใช้ได้แล้ว" มีต้องมาปรับแก้เนื้อที่ผิด กับการจับจังหวะเคาะของ Guest ที่บางคนเขาจะไม่ฟังดนตรี แต่มาดูจังหวะเนื้อร้องที่ขึ้นแทน  (ซวยตรูจริง ๆ) เอาเป็นว่าหลังจากกลับจากการซ้อม ในหัวมีแต่เมโลดี้เพลง "คาราบาว"

 

และแล้ววันจริงก็มาถึง มันเป็นอะไรที่ "เครียด" มาก ๆๆๆๆๆๆๆ เครียดจนกินข้าวไม่ลง ดีว่าวันนั้นเขานัดสายหน่อยคือ 10.30 น. ทำให้เราได้มีโอกาสกินข้าวไปจากบ้าน พอไปถึงเราก็นั่งซ้อมเคาะในห้องสตาฟ ซึ่งยอมรับว่า "ทำการบ้านน้อย" (มัวแต่ดูป๋าซุน) เรื่องการฟังเพลง และซ้อมเคาะ แถมยังมีการเพิ่มเพลงเข้าไปใหม่อีก 2 เพลง ซึ่งเป็นเพลงที่เราไม่เคยฟัง เพิ่งได้ฟังก็คือวันที่ 30 ที่ได้เนื้อร้องและเพลงกลับมาฟัง

 

พอเที่ยงเราก็ยังกินข้าวไม่ลง เครียดอย่างเดียว  วุ่นอยู่กับการตามหาคนมาแก้เนื้อร้อง เพราะวันซ้อมเขาไม่ได้ซ้อมทุกเพลง ทำให้บางเพลงไม่ได้เคาะผ่านสายตานักร้อง เลยไม่รู้ว่าที่ทำมานั้นผิดหรือเปล่า ? ตอนบ่าย 2 ก็ขึ้นไปแสตนบายด์ แต่วันนี้เขาเอาฉากเลื่อนห่างไปหน่อย ทำให้สามารถยืนแล้วมองเวทีเห็นนักร้องได้

 

4 โมงเย็นเป็นการพักซ้อมอีกครั้ง ตอนนี้แหละเราเลยพยายามกล้ำกลืนกินข้าวลงท้อง (ทั้งๆที่ไม่อยาก) แต่ก็ดีกว่าไม่ได้กินอะไร กินไปได้ครึ่งกล่อง ก็กลับไปนั่งแสตนบายด์ซ้อมอีก กลับลงมาประชุมทีมครั้งสุดท้ายตอน 6 โมงเย็น ซึ่งประตูใกล้จะเปิดแล้ว ตั้งแต่ 4 โมงที่กินข้าวไป ก็งดน้ำ งดอาหาร ตั้งแต่ตอนนั้น ไม่กล้ากินอะไร กลัวปวดฉี่ ปวดอึ แถมก็เครียดซะจนวิ่งเข้าห้องน้ำไม่รู้กี่รอบ (ประมาณว่าปวดฉี่บ่อยมาก ทั้งๆที่ก็ไม่ค่อยกินน้ำ)

 

พอประตูเปิดให้คนเริ่มทยอยเข้ามา เราก็หมดสิทธิ์ลงจากเวทีแล้ว คืออยู่บนนั้นตั้งแต่ประมาณ 18.45 น. จนถึง 22.00 น. อารมณ์คือเครียดสุด ๆๆๆๆๆ แต่มาถึงขั้นนี้แล้ว จะเป็น จะตาย มันก็ต้องเกิดแล้วล่ะ  โชคดีที่พี่ทีม Stage บอกว่าช่วง Intro จะเข้าเนื้อท่อนแรก ให้เราเคาะเนื้อมาทิ้งไว้ได้เลย ไม่ต้องรอดนตรี ซึ่งพอหลังจากนั้นจะเริ่มง่ายแล้ว

 

 

และที่สำคัญคือ "วงคาราบาว" เป็นวงสุดยอดในระดับตำนาน ความเป็นมืออาชีพของเขาสูงมาก และการเล่นดนตรีสดของเขาก็เรียกได้ว่าชำนาญสุด ๆๆๆ ดังนั้นด้วยความเทพ "พี่แอ๊ด พี่เล็ก พี่เทียรี่" เขาก็พอจะจำเนื้อ และรู้จังหวะที่ต้องร้องอยู่แล้ว

 

และที่โชคดีอีกอย่างของการเป็นวงดนตรี มีนักร้องที่เล่นกีตาร์ไปด้วย ร้องไปด้วย เพราะว่าเวลาเขาโซโล่กีตาร์เขาจะถอยห่างจากไมค์มาพอสมควร และพอเขาจะร้องจะมีจังหวะที่ก้าวกลับไปที่ไมค์ "นั่นแหละ" ทำให้เราจับจังหวะเคาะได้

 

แต่จะมีอยู่ประมาณ 2 เพลง (จาก 37 เพลง) ที่ต้องจับจังหวะให้แม่น ห้ามไปก่อน หรือทีหลัง เพราะเป็น Guest มาร้อง ซึ่งเราก็ผ่าน 2 เพลงนี้ไปได้ด้วยดี แต่ตอนที่ยืนเคาะอยู่ ต้องใช้สมาธิสูงมาก เรายืนเกือบ 4 ชั่วโมงโดยไม่ได้นั่ง (นั่งบ้างแต่น้อยมาก) ที่สำคัญคือ "เนื้อเพลง" ที่เราเคาะไปยังมีผิดอยู่เลย  หรือบางทีเราเคาะโดยการฟังคนร้องไปเรื่อย ๆ เพราะจับดนตรีสดไม่ค่อยได้ ซึ่งนักร้องบางคนมันก็ดันไม่ยอมร้อง ชูไมค์ให้คนดูมั่ง หรือร้องผิดจังหวะไปเอง บางคนก็ร้องงึม ๆ งำๆ ฟังไม่ออก หรือบางทีก็โซโล่กันยาวมากกก ตรูก็งงแหลกล่ะ  แต่ยังไงด้วยความเป็นมืออาชีพของศิลปินก็ทำให้งานผ่านไปได้ด้วยดี (และเราก็รอดตัว)

 

ไม่อยากนึกเลยว่า ถ้างานหน้าเป็นนักร้องที่ถือไมค์ไว้กับมือ ไม่ได้มีการเดินห่างมาโซโล่กีตาร์ เราจะจับจังหวะให้เขาร้องถูกมั้ย ?  แต่เพราะเป็นงานแรกเลยทำให้เราตื่นเต้นเป็นพิเศษ ถ้าได้ลองทำบ่อยขึ้นอาจจะรู้ว่าควรแก้ปัญหายังไงก็ได้ (ล่ะมั้ง ?)

 

แต่ขอบอกว่า "เครียดสุดๆๆๆ" จริงๆ ด้วยทีมงานออแกไนซ์ที่จัดงาน มีความเป็นมืออาชีพ และเป็นโปรมาก ๆๆ เราก็เพิ่งมาทำครั้งแรก กลัวว่าจะทำให้เขาต้องเสื่อมเสีย เลยเครียดเป็นพิเศษ แต่ตอนนี้มันได้ผ่านพ้นไปละ

 

ขอขอบคุณพี่ ๆ ทีมงานทุกคน ที่เป็นกันเอง และไม่สร้างแรงกดดันให้มาก (มีแต่เรานี่แหละกดดันตัวเอง )

 

 ค่อยหายใจได้ทั่วท้องหน่อย เฮ้อออ ~

 

ของที่ระลึกเล็กน้อย

 

อ้อ!! ของที่ระลึกที่ได้มาจากงานนี้คือ CD เพลง ที่ไม่ได้แจก แต่เป็นทีมงานซื้อมาดูเนื้อ 555+ และบัตร Staff  จริง ๆ ได้ใกล้ชิดทีมคาราบาวและ Guest เยอะมาก อันที่จริงส่วนตัวก็เป็นพวกบ้าดารา (แต่บ้าแต่ของนอก อิอิ) จริง ๆ อยากได้ลายเซ็นต์ + ถ่ายรูปกับ พี่แอ๊ดมากๆๆๆๆ แต่ไม่กล้าขอ (ไม่ได้เอากล้องไปด้วย)

 

ด้วยความที่เพื่อนเคยบอกไว้ว่า "มาทำงานเป็นสตาฟห้ามแสดงออกว่าบ้าดารา หรือกรี๊ดกร๊าด ดารา เพราะมันจะดูไม่โปร" (ตรูเลยอดสัมผัสพี่แอ๊ดเลย 555+) หลังจากมาบ้า "ป๋าซุน" รู้สึกเริ่มหลงเสน่ห์คนแก่แฮะ กร๊ากกกกกกก~

 

เครดิตรูป : Thaiticketmajor.com

ปล. ขอเม้าเรื่องการทำงานแบบนอกเรื่องป๋าซุนหน่อย 555+ แบบว่าอยากระบายอ่ะ หมดงานนี้ไปแล้วคงได้มีเวลามานั่งดู นั่งอัพป๋าซุนสุดเลิฟบ่อย ๆๆๆ อิอิ

ปล. ตอนนี้ยังปวดแขน ปวดขาอยู่เลย  ไม่ได้ไปแบกหามอะไรหรอกนะ แต่เป็นอาการเกร็งกล้ามเนื้อเวลาที่ตื่นเต้น แขนข้างที่เคาะจังหวะนี่อย่างกับจะเป็นตะคริว

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เราดีใจด้วยนะที่ผ่านงานไปได้ด้วยดี

อ่านแล้วแอบเครียด เพราะเราฝึกงานกับพวกออแกไนซ์ ก็พอเข้าใจว่าจะประมาณไหนอ่ะนะ

ดีใจด้วยที่ผ่านไปด้วยดีค่ะ confused smile

#1 By hobbyburn on 2009-06-02 01:04